Home > Privacy Policy

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | Ford ประเทศไทย

ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับลูกค้า

 

ปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อ 18 กรกฎาคม 2566

บริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด ("บริษัท" หรือ "เรา") ให้ความเคารพต่อความเป็นส่วนตัวของท่าน โดยประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับลูกค้าฉบับนี้ ("ประกาศ") ได้อธิบายถึงวิธีปฏิบัติของเราในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลที่สามารถระบุถึงตัวตนของบุคคล ("ข้อมูลส่วนบุคคล") ทั้งที่ท่านได้ให้ไว้และที่บริษัทได้รับจากแหล่งอื่น โดยประกาศฉบับนี้ใช้บังคับกับบุคคลที่บริษัทมีปฏิสัมพันธ์ด้วยในการประกอบธุรกิจของบริษัท โดยบุคคลดังกล่าวรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ

(1)     ลูกค้าบุคคลธรรมดา ทั้งในอดีตและปัจจุบัน และลูกค้ามุ่งหวัง

(2)   บุคคลผู้มีอำนาจดำเนินการ กรรมการ ผู้ถือหุ้น พนักงาน บุคลากร บุคคลผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินความสัมพันธ์ทางธุรกิจและบุคคลอื่นใดที่มีฐานะอย่างเดียวกัน รวมถึงผู้ติดต่อ ("บุคคลที่เกี่ยวข้องกับนิติบุคคล") ของลูกค้านิติบุคคล

(3)     ผู้ใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน

(4)     บุคคลอื่นๆ เช่น ผู้มาติดต่อ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของบริษัท เจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการ สื่อมวลชน

ตลอดจนบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับบุคคลข้างต้นซึ่งบริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลข้างต้น (ซึ่งต่อไปในเอกสารนี้จะเรียกรวมกันว่า  "ลูกค้า" หรือ "ท่าน")

การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่ระบุอยู่ในประกาศฉบับนี้จะเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และนโยบายและวิธีดำเนินงานของบริษัทที่บังคับใช้อยู่ในขณะนั้น

ผู้จำหน่ายฟอร์ดที่ได้รับการแต่งตั้งจากบริษัท ("ผู้จำหน่าย") เป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากบริษัท และอาจมีประกาศความเป็นส่วนตัวที่แตกต่างจากบริษัท ผู้จำหน่ายเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำประกาศความเป็นส่วนตัวและมีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้จำหน่ายเอง ท่านสามารถติดต่อผู้จำหน่ายได้โดยตรงสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ทั้งนี้ หากท่านต้องการยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสารทางการตลาดโดยตรงจากผู้จำหน่าย โปรดติดต่อผู้จำหน่ายโดยตรง

หากท่านใช้รถยนต์ฟอร์ดที่มีโมเด็มเชื่อมต่อ โปรดอ่านข้อกำหนดและนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของรถยนต์ที่มีโมเด็มเชื่อมต่อของฟอร์ดโดยละเอียดที่ www.ford.co.th/owner/fordpass

หากท่านใช้แอปพลิเคชัน FordPass โปรดอ่านข้อกำหนดและนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ FordPass โดยละเอียดที่ www.ford.co.th/owner/fordpass

คำศัพท์ที่ใช้ในประกาศฉบับนี้

·               ข้อมูลที่สามารถระบุถึงตัวตนของบุคคล” หรือ “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลนอกจากนี้จะถูกระบุไว้ด้านล่างนี้

·             การประมวลผล” หมายถึง การเก็บรวบรวม การจัดเก็บ การดำเนินการ การใช้ การแก้ไขเปลี่ยนแปลง การถ่ายโอน การเปิดเผย หรือการจัดการอื่น ๆ

 

ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม

ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทประมวลผลอาจมีความหลากหลายตามลักษณะของสัญญา ความสัมพันธ์ทางธุรกิจและปฏิสัมพันธ์ที่ท่านมีกับบริษัท ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวอาจได้มาจากหลากหลายช่องทาง ทั้งที่บริษัทเก็บรวบรวมโดยตรงจากท่าน (เช่น อีเมล โทรศัพท์ เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน  การขายออนไลน์ (eCommerce) ระบบการนัดหมายเข้ารับบริการทางออนไลน์ อุปกรณ์เทคโนโลยีในรถยนต์ (เช่น ระบบการวิเคราะห์ข้อมูลและปัญหาของ SYNC) บริการรับส่งรถยนต์เข้าศูนย์ถึงสถานที่นัดหมาย สถานที่ทำการของบริษัท ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ สื่อสังคมออนไลน์ งานแข่งขันหรือกิจกรรมส่งเสริมการขาย หรือ เมื่อท่านทำธุรกิจกับบริษัทหรือมีปฏิสัมพันธ์กับบริษัท) หรือที่บริษัทได้จากแหล่งอื่น (เช่น ผู้จำหน่ายที่ท่านซื้อสินค้าหรือบริการ บริษัทในเครือหรือบริษัทร่วมทุน ผู้ให้บริการภายนอก (เช่น ผู้ให้บริการวิจัยทางการตลาด) พันธมิตรทางธุรกิจ บุคคลที่สามอื่น ๆ (เช่น ผู้ร้องเรียน) หน่วยงานภาครัฐ  (เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร กรมการปกครอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมบังคับคดี ศาล) และ/หรือ แหล่งข้อมูลสาธารณะ) ข้อมูลส่วนบุคคลอาจรวมถึงข้อมูลในประเภทต่าง ๆ เช่น

·      ข้อมูลทั่วไปและข้อมูลสำหรับการติดต่อ เช่น คำนำหน้าชื่อ ชื่อ-นามสกุล รูปถ่าย ลายมือชื่อ อายุ วันเดือนปีเกิด เพศ สถานะการสมรส ที่อยู่ ที่อยู่ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เบอร์โทรศัพท์ เบอร์แฟกซ์ ชื่อบัญชีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใดที่ท่านเลือกที่จะเปิดเผยให้แก่เราซึ่งอาจถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล

·      ข้อมูลระบุตัวตนซึ่งระบุอยู่ในเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงสำเนาของเอกสารดังกล่าว เช่น บัตรประจำตัวประชาชน ใบอนุญาตขับขี่ หนังสือเดินทาง วีซ่า ใบต่างด้าว ใบอนุญาตทำงาน ทะเบียนบ้าน ทะเบียนรถยนต์หรือพาหนะอื่น ๆ หมายเลขประกันสังคม หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร

·      ข้อมูลที่เกี่ยวกับรถยนต์ของท่าน เช่น ป้ายทะเบียน ชื่อรุ่นรถยนต์ สีรถยนต์ วันที่ออกรถยนต์ เลขตัวถังรถยนต์ เลขเครื่อง

·      ข้อมูลที่ปรากฎบนเอกสารนิติบุคคล เช่น สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น หนังสือรับรองนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และภ.พ. 20

·      ข้อมูลทางการเงิน และข้อมูลประกอบการเข้าทำสัญญา เช่น ข้อมูลบัญชีธนาคาร ข้อมูลการชำระเงิน (เช่น วันที่ชำระเงิน วิธีการชำระเงิน สกุลเงินที่ชำระ) ข้อมูลใบแจ้งหนี้ หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ข้อมูลเกี่ยวกับการหักภาษี ณ ที่จ่าย ข้อมูลสถานภาพทางการเงิน (เช่น ข้อมูลหนังสือรับรองสถานะทางการเงิน ข้อมูลเครดิต เอกสารการเดินบัญชีของธนาคาร สถานะการล้มละลาย แหล่งที่มาของเงินได้ สินทรัพย์ถาวร รายจ่ายและหนี้สิน) ระดับการศึกษา ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงาน (เช่น ตำแหน่งงาน แผนก อาชีพ ความเชี่ยวชาญ) คุณสมบัติ ผลการตรวจสอบประวัติก่อนการเข้าทำสัญญาหรือข้อตกลงกับท่าน ข้อมูลรหัสประจำตัวลูกค้านิติบุคคล ­ประเภทลูกค้านิติบุคคล

·      ข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างท่านและบริษัท เช่น สินค้าหรือบริการของบริษัทที่ท่านเคยใช้ ใช้อยู่ หรือมีความสนใจ ช่องทางและวิธีการปฏิสัมพันธ์กับบริษัท ข้อมูลการทำธุรกรรม ประวัติธุรกรรม และ/หรือ รายละเอียดอื่น ๆ ตามสัญญาหรือความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ท่านมีกับบริษัท ข้อมูลอื่นใดที่ใช้เพื่อวิเคราะห์สินค้าหรือบริการที่เหมาะสมกับความต้องการ ผลการจัดทำโพรไฟล์ลิ่ง (Profiling) ประวัติการนำเสนอสินค้าหรือบริการ

·      ข้อมูลการสอดส่องเพื่อดูแลความปลอดภัย เช่น ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียงจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ข้อมูลการเข้าใช้ระบบ การเข้าอาคาร รหัสสำหรับระบบข้อมูลสารสนเทศและสิทธิการเข้าถึงระบบข้อมูลสารสนเทศของบริษัท และข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นโดยการใช้ระบบของท่าน

·      ข้อมูลที่เกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และอุปกรณ์ เช่น หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ท่านใช้ ชื่อผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของท่าน รุ่นเบราว์เซอร์ของท่าน เว็บไซต์ที่แจ้งข้อมูลของท่านมายังบริษัท เว็บไซต์ที่อ้างอิงถึงเราและ เว็บไซต์ถัดไปที่ท่านไป หน้าเว็บไซต์ที่ท่านเข้าชม วันที่และเวลาของการเข้าชมและใช้งานเว็บไซต์ ข้อมูลอื่นๆเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ประเทศที่ท่านอยู่ ข้อมูลคุกกี้และเทคโนโลยีติดตามอื่นๆ (เช่น Pixel Tags Web Beacons และ Java Code) ชื่อผู้ใช้งาน (Username) รหัสผ่าน (Password) บันทึกในระบบคอมพิวเตอร์ (Computer Logs) ข้อมูลพิกัดทางภูมิศาสตร์ (GPS) ไอดีแอปพลิเคชัน (Application ID) เลขที่อยู่แม็ค (MAC address) ข้อมูลที่อยู่การควบคุมการเข้าใช้งานสื่อกลาง (Media Access Control) ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการและแพลตฟอร์ม และเทคโนโลยีอื่น ๆ บนอุปกรณ์ที่ใช้ในการเข้าถึงเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

·      ข้อมูลอื่นๆ เช่น ข้อมูลการติดต่อระหว่างท่านกับเรา ข้อมูลเกี่ยวกับการที่ท่านติดต่อผู้จำหน่าย (เช่น ประเภทของรถที่ท่านซื้อและประวัติการเปลี่ยนหรือซ่อมแซมรถยนต์) ข้อมูลผลการสำรวจความคิดเห็น ข้อร้องเรียน การดำเนินคดี การตรวจสอบวินัย  รายละเอียดการเข้าร่วมงานกิจกรรม ข้อมูลอื่นใดที่ปรากฏในเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทางธุรกิจของบริษัท ข้อมูลที่ท่านขอให้เราเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ ที่ท่านได้ให้ไว้กับบริษัทโดยสมัครใจหรือที่บริษัทได้รับมาจากบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกในการประกอบธุรกิจของบริษัทหรือการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายหรือสัญญา หรือการดำเนินธุรกิจโดยประการอื่นใดของบริษัท ข้อมูลหรือประวัติเกี่ยวกับการกระทำความผิด (เช่น ข้อร้องเรียน ข้อมูลการสืบสวน ข้อมูลการทุจริต การกระทำความผิด)

·      ข้อมูลของผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูลพนักงาน กรรมการ ผู้ถือหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับท่าน

·      ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน ได้แก่

o   ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนที่ระบุในเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งบริษัทอาจขอความยินยอมจากท่านแยกเป็นครั้งคราวหากบริษัทไม่สามารถอ้างอิงฐานทางกฎหมายอื่นได้

 

ในกรณีที่บริษัทได้รับข้อมูลของบุคคลที่สามอื่น (ข้อมูลพนักงาน กรรมการ ผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับท่าน เช่น คำนำหน้าชื่อ ชื่อ-นามสกุล รูปถ่าย ลายมือชื่อ วันเดือนปีเกิด เพศ สัญชาติ ที่อยู่ ที่อยู่ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เบอร์โทรศัพท์ และหมายเลขประจำตัวบางประเภทที่ออกให้โดยหน่วยงานภาครัฐ) ที่ท่านให้ไว้แก่บริษัท ในกรณีที่บุคคลที่สามเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องในความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท ในกรณีเช่นนั้น ท่านควรมั่นใจว่าท่านมีสิทธิ และ/หรือ อำนาจที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแก่บริษัท และอนุญาตให้บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวตามประกาศฉบับนี้ได้ อีกทั้ง ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้แก่บริษัทนั้นถูกต้องและสมบูรณ์ และท่านจะแจ้งให้บริษัททราบหากมีความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ต่อข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว โดยท่านมีหน้าที่รับผิดชอบในการแจ้งรายละเอียดตามประกาศฉบับนี้ให้บุคคลที่สามดังกล่าวทราบ ตลอดจนขอความยินยอมจากบุคคลดังกล่าว (หากเป็นกรณีที่ต้องได้รับความยินยอม) หรือมีฐานทางกฎหมายอื่น เพื่อให้เราสามารถประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามดังกล่าวได้ตามกฎหมาย และตามประกาศฉบับนี้

 

 

ในบางกรณีตามที่กฎหมายกำหนด บริษัทไม่สามารถประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถ และคนไร้ความสามารถโดยปราศจากความยินยอมของผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาลได้ ดังนั้น หากท่านเป็นผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีและยังไม่บรรลุนิติภาวะ คนเสมือนไร้ความสามารถ หรือคนไร้ความสามารถ ท่านต้องดำเนินการให้มั่นใจว่าท่านได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาลแล้ว (ในกรณีที่ต้องได้รับความยินยอม) หากบริษัททราบว่าบริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีและยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยไม่มีความยินยอมของผู้ใช้อำนาจปกครองตามที่กฎหมายกำหนด หรือจากคนเสมือนไร้ความสามารถและคนไร้ความสามารถโดยไม่มีความยินยอมของผู้พิทักษ์หรือผู้อนุบาลตามกฎหมาย (แล้วแต่กรณี) โดยไม่ได้ตั้งใจ บริษัทจะลบข้อมูลส่วนบุคคลนั้นทันที หรือจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเฉพาะกรณีที่บริษัทสามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นที่นอกเหนือจากความยินยอมได้ หรือตามที่กฎหมายอนุญาตเท่านั้น

 

วัตถุประสงค์

บริษัทสามารถประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์อันเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจที่ต้องอาศัยความยินยอมจากท่านหรือบริษัทสามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นนอกเหนือจากความยินยอมได้ดังนี้

 

วัตถุประสงค์ที่ต้องอาศัยความยินยอม

·      การติดต่อสื่อสารเพื่อวัตถุประสงค์ในการทำการตลาดที่บริษัทไม่สามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นได้  

o   บริษัทอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เช่น [ชื่อ นามสกุล ข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลติดต่อ และข้อมูลอื่นที่จำเป็น] เพื่อการนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวกับข้อเสนอ โปรโมชั่น ข่าวสาร และรายละเอียดสินค้าและบริการ และการติดต่อสื่อสารทางการตลาดจากบริษัท บริษัทในกลุ่มฟอร์ด ผู้จำหน่ายของฟอร์ด และ/หรือพันธมิตรทางธุรกิจ เมื่อบริษัทไม่สามารถอ้างอิงฐานทางกฎหมายอื่นใดได้

 

ข้าพเจ้ารับทราบว่าข้าพเจ้าสามารถถอนความยินยอมหรือยกเลิกรับการติดต่อสื่อสารทางการตลาดได้โดยติดต่อศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด โทร: 1383

 

หากบริษัทต้องอาศัยความยินยอมจากท่าน บริษัทจะดำเนินการขอความยินยอมเป็นคราวๆ ไป

 

โปรดทราบว่าการปฏิเสธที่จะให้ความยินยอมหรือการถอนความยินยอมนั้น อาจทำให้บริษัทไม่สามารถดำเนินการตามที่ท่านร้องขอได้ ทำให้อาจมีผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาหรือข้อตกลงที่บริษัทมีกับท่าน หรือนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับท่าน นอกจากนี้ยังอาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของท่านหรือของบริษัทได้ ในกรณีที่การปฏิบัติการดังกล่าวอยู่บนพื้นฐานของความยินยอมที่ท่านปฏิเสธที่จะให้หรือท่านถอนความยินยอมนั้น

 

วัตถุประสงค์ที่บริษัทสามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นนอกเหนือจากการขอความยินยอมได้

บริษัทอาจอาศัยหรืออ้างฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (1) ฐานการปฏิบัติตามสัญญา สำหรับการเริ่มต้นสัญญาหรือข้อตกลง หรือการเข้าทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาหรือข้อตกลงกับท่าน (2) ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท (3) ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท และ/หรือของบุคคลภายนอก (4) ฐานการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (5) ฐานประโยชน์สาธารณะสำหรับการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐ (6) ฐานการก่อตั้งสิทธิหรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (7) ฐานเป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น เพื่อประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข (8) ฐานเป็นกรณีข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของท่าน และ/หรือ ฐานทางกฎหมายอื่นที่บริษัทสามารถอาศัยได้ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลบางประเภทดังต่อไปนี้อาจบังคับหรือไม่บังคับใช้กับท่าน โปรดพิจารณาวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ตามความสัมพันธ์และรูปแบบสัญญาหรือข้อตกลงที่ท่านมีกับบริษัท

·      การดำเนินการก่อน และการเข้าทำสัญญาหรือข้อตกลง เช่น การให้คำปรึกษา คำแนะนำ หรือข้อมูลตัวเลือกเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ การอำนวยความสะดวกก่อนและหลังการสั่งซื้อสินค้าหรือบริการ (เช่น การลงทะเบียนทดลองขับ การอำนวยความสะดวก การให้บริการหลังการขาย) การพิสูจน์และยืนยันตัวตนหรือข้อมูลอื่น ๆ (รวมถึงการตรวจสอบสถานะทางการเงิน การตรวจสอบสถานะกิจการกรณีลูกค้านิติบุคคล) การประเมินความเสี่ยง การออกคำเสนอราคา การเข้าทำสัญญาหรือข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับท่าน การบันทึกข้อมูล การเปิดเผยข้อมูลไปยังบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรม

·      การติดต่อสื่อสาร เช่น การตอบกลับคำถามหรือข้อร้องเรียน การแจ้งเตือน การติดต่อสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ทางธุรกิจ สัญญา หรือข้อตกลงที่บริษัทมีกับท่าน รวมถึง การนัดหมายเข้ารับบริการ การจัดส่งเอกสาร การประชาสัมพันธ์ข่าวสาร การสื่อสารทางการตลาดที่บริษัทสามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นนอกเหนือจากการขอความยินยอมได้

·      การจัดหาสินค้า และ/หรือ บริการ เช่น  การดำเนินการตามคำขอของท่าน การประมวลผลคำสั่งซื้อ การจัดการความสัมพันธ์ทางธุรกิจ การจัดงานกิจกรรม การแข่งขันหรือการส่งเสริมการขายารทำธุรกรรมต่างๆ หรือการสั่งซื้อสินค้าหรือบริการ การประมวลผลการชำระเงิน การทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับบัญชี การออกใบแจ้งหนี้ การเก็บเงิน การติดตามทวงถามหนี้ การดำเนินการและการติดตามการจัดส่ง รับ ส่งคืนสินค้าหรือบริการ การให้บริการและความช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง (Ford Roadside Assistance) การปรับปรุงการให้บริการ การตรวจรับการส่งมอบ การวางแผน การดำเนินการ และการบริหารจัดการความสัมพันธ์และสิทธิทางสัญญากับท่าน การให้บริการเกี่ยวกับการรับประกันคุณภาพสินค้า การให้บริการผ่านระบบออนไลน์ รวมถึงการขายออนไลน์ (eCommerce) การให้บริการระบบการนัดหมายเข้ารับบริการทางออนไลน์ การให้บริการรับ-ส่งรถเข้าศูนย์ถึงสถานที่นัดหมาย การให้บริการผ่านแพลตฟอร์มหรือช่องทางอื่นๆ บนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันฟอร์ด การติดตามการซ่อมแซมและการบริการหลังการขายโดยผู้จำหน่าย และการให้บริการสนับสนุนอื่นใด  

·      การดำเนินการของบริษัท เช่น การสร้างบัญชีหรือรหัสประจำตัวลูกค้า การบันทึกข้อมูลที่เก็บรวบรวม การเก็บสัญญาหรือข้อตกลงและการบริหารจัดการเอกสารที่เกี่ยวข้องที่อาจมีชื่อของท่านอยู่ การบังคับใช้สัญญา และ/หรือ ข้อตกลงที่มีกับบริษัท การสื่อสารกับบริษัทในเครือ หรือบริษัทร่วมทุน ผู้ให้บริการ และพันธมิตรทางธุรกิจรายอื่น การใช้ข้อมูลของท่านเป็นเอกสารหลักฐานประกอบการทำธุรกรรม การแก้ไขปัญหาหรือข้อร้องเรียนใดๆ การตรวจสอบบัญชีและการบัญชี (ทั้งภายในและภายนอก) การควบคุมและคัดกรองการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ การวิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำรายงานภายในเพื่อประโยชน์ของบริษัท รวมถึงการจัดทำรายงานเพื่อประเมินผลผู้จำหน่าย การสำรวจความพึงพอใจ การปรับปรุง วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของเรา รวมไปถึงระบบงาน การดำเนินธุรกิจ กลยุทธ์ทางการตลาด การบริหารจัดการความเสี่ยง  

·      การวิเคราะห์ข้อมูลความสนใจหรือพฤติกรรมของลูกค้า เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ การวิเคราะห์พฤติกรรม วิเคราะห์กลุ่มลูกค้าและความสนใจของลูกค้า แนวโน้มของตลาด หรือการวิเคราะห์อื่นใดที่บริษัททำขึ้นเพื่อการส่งเสริมการตลาด หรือการพัฒนาสินค้าและบริการของบริษัทที่บริษัทสามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นนอกเหนือจากการขอความยินยอมได้

·      การบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น การจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบนเซิร์ฟเวอร์สำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ การเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การติดตามการใช้งานอินเทอร์เน็ตหรือเว็บไซต์ของบริษัท การบริหารจัดการเว็บไซต์ของบริษัท (ซึ่งรวมถึงเพื่อประโยชน์ในทางสถิติ การวัดความนิยมของกิจกรรมบนเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อปรับปรุงให้เป็นประโยชน์ต่อผู้เยี่ยมชมมากที่สุด การให้บริการและการติดต่อสื่อสารตามที่ท่านร้องขอ การปรับปรุงบริการและเว็บไซต์ การตรวจสอบและเพิ่มประสิทธิภาพของการโฆษณาและวิธีการใช้งานเว็บไซต์ โดยอาจมีกรณีที่บุคคลภายนอกอาจแสดงผลโฆษณาของบริษัท หรือโฆษณาอื่นๆที่น่าจะตรงกับความต้องการของท่านทางเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ตและนำเสนอโฆษณาเหล่านี้โดยอ้างอิงจากการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทรวมทั้งกิจกรรมอื่นบนอินเทอร์เน็ตก่อนหน้านี้ของท่าน โดยท่านสามารถเลือกที่จะไม่อนุญาตให้นำข้อมูลไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวนี้ได้โดยการตั้งค่า  (Settings) บนเว็บเบราว์เซอร์ หรืออุปกรณ์ของท่าน หรือการตั้งค่า (Preferences) ในเมนูการตั้งค่าบัญชีบนโซเชียลมีเดียของท่าน)]

·      การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น การดำเนินการตามกฎหมาย กระบวนพิจารณา หรือคำสั่งของหน่วยงานรัฐ และ/หรือให้ความร่วมมือกับศาล ผู้กำกับดูแล หน่วยงานรัฐ และหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายในกรณีบริษัทมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าต้องปฏิบัติตามกฎหมายและ/หรือคำสั่ง หรือต้องให้ความร่วมมือดังกล่าว โดยบริษัทอาจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กระบวนการทางกฎหมาย หรือคำสั่งของรัฐดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ซึ่งรวมถึงเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการสอบสวนภายใน การร้องเรียนหรือการเรียกร้อง การสืบสวนสอบสวนหรือป้องกันอาชญากรรม การฉ้อโกง และ/หรือเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

·      การปกป้องผลประโยชน์ของบริษัท เช่น การรักษาความปลอดภัยและความถูกต้องของธุรกิจของบริษัท เพื่อใช้สิทธิของบริษัท และปกป้องผลประโยชน์ของบริษัท เมื่อจำเป็นและชอบด้วยกฎหมาย เช่น เพื่อตรวจจับ ป้องกัน และดำเนินการเกี่ยวกับการทุจริตใด ๆ หรือการละเมิดกฎหมาย การดำเนินคดี การใช้งานกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เพื่อติดตามสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อป้องกันและรายงานอาชญากรรม และเพื่อรักษาความปลอดภัย

·      เพื่อการจัดการข้อพิพาท เช่น การแก้ไขปัญหาข้อพิพาท การบังคับใช้ตามข้อตกลงของบริษัท การรวบรวมพยานหลักฐาน  และการก่อตั้ง การปฏิบัติตาม การใช้สิทธิ การยกขึ้นต่อสู้ และ/หรือ การดำเนินการตามกฎหมายอื่นใดซึ่งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายของบริษัท

·      การปรับโครงสร้างองค์กร เช่น การควบรวมกิจการ การขาย การซื้อ การร่วมลงทุน การโอนสิทธิ การเปลี่ยนแปลงเจ้าของกิจการ การจำหน่ายกิจการ ทรัพย์สิน หุ้น หรือการฟื้นฟูกิจการ การร่วมทุน ซึ่งบริษัทอาจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับผู้รับโอนสิทธิ โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของการทำธุรกรรมดังกล่าว

·      การป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล

·      ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน

o   ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนที่ระบุในเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานภาครัฐ เช่น ในกรณีที่บริษัทได้รับข้อมูลศาสนามาจากบัตรประจำตัวประชาชนของท่าน บริษัทจะประมวลผลสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของท่านเพื่อการตรวจสอบและยืนยันตัวตนของท่าน แต่บริษัทไม่มีวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลศาสนาแต่อย่างใด

o   [ข้อมูลสุขภาพ เพื่อการคัดกรองโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)]

 

โดยที่การปฏิเสธการให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับเรา ในบางกรณีอาจทำให้บริษัทไม่สามารถดำเนินการตามที่ท่านร้องขอได้ ทำให้อาจมีผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาหรือข้อตกลงที่เรามีกับท่าน หรือนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับท่าน นอกจากนี้ยังอาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของท่านหรือของบริษัท

 

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกเปิดเผยระหว่างบริษัทในเครือด้วยกัน และอาจมีการเปิดเผยไปยังนิติบุคคลอื่น (เช่น ผู้ให้บริการของบริษัท) ซึ่งบริษัทได้ใช้บริการสำหรับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล ภายในกรอบแห่งความจำเป็นเพื่อการบรรลุตาม “วัตถุประสงค์” ที่ได้กล่าวไว้แล้ว ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะถูกเปิดเผยไปยังบุคคลอื่นได้เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจอันชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกเปิดเผยไปยังบุคคลดังต่อไปนี้

·      บริษัทในกลุ่มฟอร์ด หรือบริษัทร่วมทุน โดยที่บริษัทอาจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบริษัทในเครือและบริษัทร่วมทุน หรืออนุญาตให้บริษัทในเครือและบริษัทร่วมทุนเหล่านั้น เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ที่ได้ระบุไว้ข้างต้น

·      ผู้ให้บริการของบริษัท โดยที่บริษัทอาจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการใช้บริการหรือให้ผู้ให้บริการดำเนินการในนามของบริษัท บริษัทจะให้ข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะเท่าที่จำเป็นสำหรับการให้บริการและจะขอให้ผู้ให้บริการเหล่านั้นไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากที่ตกลงกับบริษัท ซึ่งผู้ให้บริการดังกล่าว รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง (1) ผู้ให้บริการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (2) ผู้ให้บริการโลจิสติกส์และขนส่งสินค้า (3) ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูล (4) ผู้ให้บริการด้านการจัดเก็บข้อมูลและบริการคลาวด์ (5) ผู้ให้บริการด้านการจัดเก็บและการทำลายเอกสาร (6) ผู้ให้บริการสื่อพิมพ์และการนำส่งเอกสารหรือพัสดุ (7) ธนาคาร สถาบันทางการเงิน และผู้ให้บริการทางการเงิน (8) ผู้ให้บริการสำรวจความคิดเห็น (9) ผู้ให้บริการไปรษณีย์ (10) ผู้ให้บริการด้านการจัดกิจกรรม (ซึ่งรวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย) (11) ผู้ให้บริการเว็บไซต์ (12) ผู้ให้บริการติดตามทวงถามหนี้ (13) ผู้ให้บริการด้านการตลาด (ซึ่งรวมถึงบริการด้านการวิเคราะห์แนวโน้มการตลาด) (14) ผู้ให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง (15) ผู้ให้บริการคอลเซนเตอร์

·      พันธมิตรทางธุรกิจ บริษัทอาจเปิดเผย และ/หรือ โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท (เช่น ผู้จำหน่าย พันธมิตรทางธุรกิจด้านการโฆษณา บริษัทประกันภัยรถยนต์ ผู้รับประกัน (รวมถึง ผู้ที่ให้การขยายการรับประกัน)

·      บุคคลตามที่กฎหมายกำหนด บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่ใช้บังคับ การให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ และ/หรือ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ เมื่อบริษัทมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าต้องปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่ง หรือต้องให้ความร่วมมือดังกล่าว

·     ที่ปรึกษา บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ที่ปรึกษาต่าง ๆ ซึ่งที่ปรึกษาดังกล่าวอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ที่ปรึกษาทางกฎหมาย และ/หรือ ผู้สอบบัญชี

·      ผู้รับโอนสิทธิ และ/หรือ หน้าที่ บริษัทอาจปรับโครงสร้างองค์กร ซึ่งบริษัทอาจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับผู้รับโอนสิทธิ และ/หรือ หน้าที่ดังกล่าว

·      ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ๆ เพื่อวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดในประกาศฉบับนี้ ซึ่งผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว อาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง บุคคลหรือนิติบุคคลที่ท่านขอให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไป ผู้ขอใช้สิทธิตรวจสอบบันทึกจากล้องโทรทัศน์วงจรปิด บุคคลทั่วไป หน่วยงานด้านอุตสาหกรรม (กรณีการให้ข้อมูลเชิงสถิติด้านการขาย)ละ/หรือ การเปิดเผยสู่สาธารณะอื่น ๆ

 

การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ

บริษัทอาจมีการโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบุคคลหรือนิติบุคคลที่อยู่ในประเทศอื่น เช่น เพื่อการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลไว้ในระบบงานของบริษัทในกลุ่มฟอร์ดทั่วโลก เพื่อวัตถุประสงค์ในการรับประกันคุณภาพรถยนต์ การเรียกคืนรถยนต์เพื่อความปลอดภัยหรือเพื่อปรับปรุงคุณภาพรถยนต์ เพื่อให้บริการสนับสนุนต่างๆ โดยผู้ให้บริการที่บริษัทอนุมัติแล้วทั่วโลก และเพื่อกรณีพันธมิตรทางธุรกิจของฟอร์ด (ซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมัน แอฟริกาใต้ บัลกาเรีย อินเดีย จีน และ/หรือสิงคโปร์) ซึ่งประเทศปลายทางอาจมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่สูงกว่าหรือต่ำกว่าประเทศไทย ทั้งนี้ เมื่อมีความจำเป็นต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังประเทศที่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ต่ำกว่า บริษัทจะดำเนินการตามขั้นตอนและมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่ามีการคุ้มครองที่เหมาะสม และผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด ในบางกรณี บริษัทอาจขอความยินยอมจากท่านสำหรับการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ หากจำเป็น

 

การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด รวมถึงกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งครอบคลุมถึงการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งในรูปแบบเอกสาร รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และ/หรือรูปแบบอื่นใด โดยประกอบด้วยมาตรการเชิงองค์กร มาตรการเชิงเทคนิค และมาตรการทางภายภาพ ที่ครอบคลุมถึงส่วนประกอบต่าง ๆ ของระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยคำนึงถึงการดำเนินการเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด เพื่อธำรงไว้ซึ่งความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และสภาพความพร้อมใช้งานของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสมตามระดับความเสี่ยงและตามลักษณะและวัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล  ตลอดจนโอกาสเกิดและผลกระทบจากเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งรวมถึงการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและส่วนประกอบของระบบสารสนเทศที่สำคัญ การบริหารจัดการการเข้าถึงของผู้ใช้งานที่เหมาะสม การกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ใช้งานและการจัดให้มีวิธีการเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับการเข้าถึง เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือลบข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม การตรวจสอบและเฝ้าระวังภัยคุกคามและเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล การเผชิญเหตุเมื่อมีการตรวจพบภัยคุกคามและเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และการรักษาและฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดจากภัยคุกคามหรือเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล อีกทั้งยังได้จัดให้มีการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้แก่บุคลากรที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ผู้ให้บริการของบริษัทจะต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเป็นความลับและจัดให้มีการป้องกันทั้งทางด้านการจัดการ ทางเทคนิคและทางกายภาพอย่างเหมาะสม ผู้ให้บริการเหล่านั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดอันนอกเหนือไปจากการให้บริการที่ดำเนินการให้กับบริษัท

 

ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพียงระยะเวลาเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในประกาศฉบับนี้ ทั้งนี้ บริษัทอาจขยายเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลออกไป หากมีความจำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ นโยบายภายในของบริษัท หรือเมื่อมีกรณีมีข้อพิพาท

 

สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและขั้นตอนการจัดการสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิดังต่อไปนี้

1.       สิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการขอเข้าถึง หรือขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่านซึ่งบริษัทได้จัดเก็บ ใช้ หรือเปิดเผย ทั้งนี้ บริษัทอาจไม่สามารถที่จะให้ข้อมูลอันไม่อาจเปิดเผยได้ เช่น ข้อมูลที่มีการคุ้มครองโดยเอกสิทธิ์ หรือข้อมูลที่เป็นความลับทางการค้า

2.       สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล ท่านมีสิทธิที่จะขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้มีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้ โดยเมื่อท่านได้ทราบว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ให้ไว้กับบริษัทไม่ถูกต้อง หรือต้องการทำข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ท่านสามารถติดต่อเราเพื่อทำการแก้ไขข้อมูลดังกล่าวได้

3.       สิทธิในการโอนถ่ายข้อมูล ท่านสามารถขอให้บริษัทจัดทำข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งต่อให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น

4.       สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อไหร่ก็ได้ ตามขอบเขตภายใต้กฎหมายที่ใช้บังคับ

5.       สิทธิในการขอระงับการใช้ข้อมูล ท่านอาจขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ในบางกรณี

6.       สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม กรณีที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ในบางกรณีท่านสามารถยกเลิกความยินยอมนั้นเมื่อไหร่ก็ได้

7.       สิทธิในการขอให้ลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านอาจขอให้บริษัททำการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลนั้นไม่สามารถระบุตัวตนได้ ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัททำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย

8.       สิทธิในการร้องเรียน หากท่านเห็นว่าการดำเนินการของบริษัทไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ท่านมีสิทธิในการร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบ

การใช้สิทธิของท่านตามที่ระบุไว้ข้างต้นอาจถูกจำกัดโดยกฎหมายและข้อยกเว้นที่เกี่ยวข้อง โดยในบางกรณี บริษัทสามารถปฏิเสธคำขอของท่านได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น ในกรณีที่บริษัทมีหน้าที่ตามกฎหมายหรือมีคำสั่งศาล ทั้งนี้ หากบริษัทปฏิเสธคำขอของท่าน บริษัทจะแจ้งเหตุผลให้ท่านทราบ   

ทั้งนี้ บริษัทอาจร้องขอให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแสดงหลักฐานการยืนยันตัวตนก่อนที่บริษัทจะปฏิบัติตามคำขอใช้สิทธิของท่าน และในบางกรณี บริษัทอาจเรียกเก็บค่าดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิของท่านตามที่กฎหมายอนุญาต

 

การเปลี่ยนแปลงประกาศ

บริษัทอาจแก้ไขหรือปรับปรุงประกาศนี้เป็นครั้งคราว โปรดตรวจสอบประกาศนี้เป็นระยะเพื่อตรวจดูการแก้ไขหรือปรับปรุงประกาศนี้ ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงในประกาศนี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อบริษัทเผยแพร่ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับแก้ไขลงใน [โปรดระบุลิงก์ไปยังประกาศ] โดยบริษัทจะแจ้งเตือนให้ท่านทราบ หากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อท่าน และ ขอความยินยอมจากท่านอีกครั้งในกรณีที่จำเป็น และตามที่กฎหมายกำหนด

 

การเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์อื่น

ในกรณีที่ท่านใช้งานเว็บไซต์ของบริษัท เว็บไซต์อาจมีการเชื่อมต่อไปยังแพลตฟอร์ม เว็บไซต์ หรือบริการอื่นที่มีบุคคลภายนอกเป็นผู้ดำเนินการ ทั้งนี้ บริษัทไม่สามารถรับรองข้อความหรือรับรองการดำเนินการใดๆ อีกทั้งไม่อาจรับผิดชอบใดๆ เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยแพลตฟอร์ม เว็บไซต์ หรือบริการดังกล่าว

ในการนี้ บริษัทแนะนำให้ท่านตรวจสอบประกาศความเป็นส่วนตัวของแพลตฟอร์ม เว็บไซต์ หรือบริการที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของบริษัท (หากมี) เพื่อรับทราบและทำความเข้าใจว่าแพลตฟอร์ม เว็บไซต์ หรือบริการดังกล่าวดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร

 

คุกกี้และเทคโนโลยีติดตามอื่นๆ  

บริษัท ผู้ให้บริการของบริษัท และ/หรือพันธมิตรทางธุรกิจด้านการโฆษณาของบริษัทใช้เทคโนโลยี อาทิ Cookies”, “Pixel Tags”  และ Java Code” บนเว็บไซต์ฟอร์ดและในอีเมล์ต่างๆ ที่ท่านได้รับจากบริษัท การใช้  “Cookies”, “Pixel Tags” และ Java Code” ช่วยให้บริษัทสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพของการโฆษณาของบริษัท วิธีการใช้งานเว็บไซต์ฟอร์ดของผู้ใช้งาน และการจัดทำสถิติและวัดกิจกรรมบนเว็บไซต์เพื่อนำไปพัฒนาประโยชน์เมื่อท่านเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ฟอร์ด

Cookies” คือหน่วยข้อมูลขนาดเล็กชนิดหนึ่งที่เก็บไว้บนเว็บเบราว์เซอร์ในระบบคอมพิวเตอร์ของท่าน เมื่อท่านเลือก เว็บไซต์ฟอร์ดจะเก็บรักษาชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่านของท่านไว้ใน Cookies” เพื่อให้ท่านสามารถล็อกอินได้โดยอัตโนมัติเมื่อกลับเข้าใช้งาน 

แต่ละครั้งที่ท่านเข้ามายังเว็บไซต์ฟอร์ด เซิร์ฟเวอร์ของฟอร์ดอาจส่งข้อมูลบางอย่างรวมถึงโฆษณาที่สอดคล้องกับความต้องการของท่านโดยอ้างอิงจากข้อมูลที่เก็บไว้ใน Cookies” ของท่าน ทั้งนี้ ผู้ขายที่เป็นบุคคลภายนอกอาจแสดงผลโฆษณาของฟอร์ดทางเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ตและนำเสนอโฆษณาเหล่านี้โดยอ้างอิงจากการการเยี่ยมชมเว็บไซต์ฟอร์ด รวมทั้งกิจกรรมอื่นบนอินเทอร์เน็ตก่อนหน้านี้ของผู้ใช้ นอกจากนี้ บริษัท ผู้ให้บริการของบริษัท และ/หรือพันธมิตรทางธุรกิจด้านการโฆษณาของบริษัทอาจมีการใช้ข้อมูลการวิเคราะห์ที่ได้จากผู้ขายที่เป็นบุคคลภายนอกเพื่อให้ข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับแคมเปญโฆษณาฟอร์ด 

 

การโฆษณาบนพื้นฐานความสนใจทางอินเทอร์เน็ต

บริษัทอาจมีการอนุญาตให้พันธมิตรทางธุรกิจด้านการโฆษณาซึ่งเป็นบุคคลภายนอก เช่น Facebook สามารถเข้ามาติดตั้งระบบติดตามการใช้งานเว็บไซต์และเทคโนโลยีการเก็บข้อมูล (เช่น Cookies, Web Beacons และ Pixels) บนบางหน้าของเว็บไซต์ฟอร์ด เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน (เช่น IP Address หน้าเว็บไซต์ที่ท่านเข้าชม หรือ เวลาในการเข้าชมเว็บไซต์ เป็นต้น) พันธมิตรทางธุรกิจบุคคลภายนอกเหล่านี้อาจนำข้อมูลเหล่านี้ (และรวมข้อมูลเหล่านี้กับข้อมูลที่เก็บได้จากเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และบริการดิจิทัลอื่นๆ) มาใช้โดยมีวัตถุประสงค์ในการนำเสนอโฆษณาที่น่าจะตรงกับความต้องการของท่านเมื่อท่านใช้งานเว็บไซต์อื่นๆ ที่ไม่ใช่เว็บไซต์ฟอร์ด แอปพลิเคชัน หรือบริการดิจิทัลต่างๆ และรวมไปถึงการให้บริการการวัดประเมินอีกด้วย แนวปฏิบัติเช่นนี้รวมแล้วเรียกว่า "การโฆษณาบนพื้นฐานความสนใจทางอินเทอร์เน็ต"

ท่านสามารถเลือกที่จะไม่อนุญาตให้นำข้อมูลไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์การโฆษณาบนพื้นฐานความสนใจทางอินเทอร์เน็ตได้โดยการตั้งค่า (Settings) บนเว็บเบราว์เซอร์ หรืออุปกรณ์ของท่าน หรือการตั้งค่า (Preferences) ในเมนูการตั้งค่าบัญชีบนโซเชียลมีเดียของท่าน เช่น กรณี Facebook: Facebook อาจมีการใช้งาน Cookies Web beacons และเทคโนโลยีการเก็บข้อมูลอื่น ๆ ในการเก็บ หรือรับข้อมูลจากเว็บไซต์ฟอร์ด หรือเว็บไซต์อื่นๆ บนอินเทอร์เน็ต Facebook ใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อให้บริการการวัดประเมินและการกำหนดเป้าหมายการลงโฆษณา หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการขอสงวนสิทธิการนำข้อมูลไปใช้เพื่อการโฆษณาบนพื้นฐานความสนใจทางอินเทอร์เน็ตของ Facebook โปรดเข้าไปเลือก Privacy Tab บน Facebook Website Footer แล้วเลือก Facebook Ads Controls

ติดต่อบริษัท

หากท่านต้องการที่จะใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ประกาศฉบับนี้ โปรดติดต่อบริษัทได้ที่

บริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด]

o   98 อาคารสาทร สแควร์ ออฟฟิต ทาวเวอร์ ชั้น 11 และ12 ถนนสาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

o   dpothai@ford.com

o   1383 or 1-800-225-449 (ไม่มีค่าใช้จ่าย)

 

Top