Home > > Service

Ford Thailand | Ford Customer Services - บริการลูกค้า

บริการลูกค้า

ฟอร์ดก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมขึ้น พร้อมกับการเข้ามาลงทุนในเมืองไทย มีการคัดเลือกและฝึกอบรมช่างด้วยหลักสูตรทีได้มาตรฐาน มีการสอบและตรวจวัดความสามารถของช่างอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าช่างของฟอร์ดทุกคน มีความสามารถอย่างแท้จริง และพร้อมที่จะให้บริการอย่างเต็มที่ เพื่อให้ลูกค้าฟอร์ดเกิดความมั่นใจ และพึงพอใจสูงสุด

ฟอร์ดเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ปี 2539 โดยมีความมุ่งมั่นที่จะมอบความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า ทั้งในด้านตัวรถและบริการหลังการขาย ในปีเดียวกันจึงจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมช่างที่ถนนบางนา-ตราด กม.18 จากนั้นจึงย้ายมาอยู่ที่ถนนสรรพาวุธ 4 แยกบางนาในเดือนตุลาคม ปี 2544

บริการลูกค้า

ฟอร์ดก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมขึ้น พร้อมกับการเข้ามาลงทุนในเมืองไทย มีการคัดเลือกและฝึกอบรมช่างด้วยหลักสูตรทีได้มาตรฐาน มีการสอบและตรวจวัดความสามารถของช่างอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าช่างของฟอร์ดทุกคน มีความสามารถอย่างแท้จริง และพร้อมที่จะให้บริการอย่างเต็มที่ เพื่อให้ลูกค้าฟอร์ดเกิดความมั่นใจ และพึงพอใจสูงสุด

ฟอร์ดเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ปี 2539 โดยมีความมุ่งมั่นที่จะมอบความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า ทั้งในด้านตัวรถและบริการหลังการขาย ในปีเดียวกันจึงจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมช่างที่ถนนบางนา-ตราด กม.18 จากนั้นจึงย้ายมาอยู่ที่ถนนสรรพาวุธ 4 แยกบางนาในเดือนตุลาคม ปี 2544

บริการลูกค้า

การจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมช่างของฟอร์ด มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาฝีมือ และให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ช่างในระดับต่างๆ เพื่อมอบบริการหลังการขายที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าฟอร์ด รวมทั้งเป็นศูนย์ให้คำปรึกษาด่วนทางโทรศัพท์แบบ TECHNICAL HOTLINE เพื่อให้ช่างติดต่อปรึกษาเมื่อเกิดปัญหาติดขัดในการซ่อมรถลูกค้า

ปัจจุบันฟอร์ดประเทศไทย มีช่างรวมทุกระดับประมาณ 900 คน กระจายอยู่ตามศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศแบ่งเป็น 4 ระดับคือ

    TECHNICIAN

    ADVANCED TECHNICIAN

    SENIOR TECHNICIAN

    MASTER TECHNICIAN

ผู้ที่จะสมัครเป็นช่างของฟอร์ดได้ ต้องเรียนจบขั้นต่ำระดับ ป.ว.ช.ช่างยนต์ และต้องผ่านการทดสอบ “วัดความรู้ทั่วไปในการรับสมัครช่าง” ซึ่งเป็นการสอบความรู้พื้นฐานเรื่องรถ และความถนัดในด้านช่าง

เมื่อสอบผ่านแล้วจะได้เป็นช่างเทคนิค จากนั้นถ้าจะเลื่อนขั้นเป็นช่างระดับที่สูงขึ้นจะต้องผ่านการเรียน โดยมีทั้งการเรียนด้วยตัวเอง และเรียนกับอาจารย์ที่ศูนย์ฝึกอบรม รวมถึงการเรียนรู้ผ่านระบบ VDO Conference ซึ่งเรียกว่า Ford Connect

การจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมช่างของฟอร์ด มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาฝีมือ และให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ช่างในระดับต่างๆ เพื่อมอบบริการหลังการขายที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าฟอร์ด รวมทั้งเป็นศูนย์ให้คำปรึกษาด่วนทางโทรศัพท์แบบ TECHNICAL HOTLINE เพื่อให้ช่างติดต่อปรึกษาเมื่อเกิดปัญหาติดขัดในการซ่อมรถลูกค้า

ปัจจุบันฟอร์ดประเทศไทย มีช่างรวมทุกระดับประมาณ 900 คน กระจายอยู่ตามศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศแบ่งเป็น 4 ระดับคือ

    TECHNICIAN

    ADVANCED TECHNICIAN

    SENIOR TECHNICIAN

    MASTER TECHNICIAN

ผู้ที่จะสมัครเป็นช่างของฟอร์ดได้ ต้องเรียนจบขั้นต่ำระดับ ป.ว.ช.ช่างยนต์ และต้องผ่านการทดสอบ “วัดความรู้ทั่วไปในการรับสมัครช่าง” ซึ่งเป็นการสอบความรู้พื้นฐานเรื่องรถ และความถนัดในด้านช่าง

เมื่อสอบผ่านแล้วจะได้เป็นช่างเทคนิค จากนั้นถ้าจะเลื่อนขั้นเป็นช่างระดับที่สูงขึ้นจะต้องผ่านการเรียน โดยมีทั้งการเรียนด้วยตัวเอง และเรียนกับอาจารย์ที่ศูนย์ฝึกอบรม รวมถึงการเรียนรู้ผ่านระบบ VDO Conference ซึ่งเรียกว่า Ford Connect

ฟอร์ดก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมขึ้น พร้อมกับการเข้ามาลงทุนในเมืองไทย มีการคัดเลือกและฝึกอบรมช่างด้วยหลักสูตรทีได้มาตรฐาน มีการสอบและตรวจวัดความสามารถของช่างอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าช่างของฟอร์ดทุกคน มีความสามารถอย่างแท้จริง และพร้อมที่จะให้บริการอย่างเต็มที่ เพื่อให้ลูกค้าฟอร์ดเกิดความมั่นใจ และพึงพอใจสูงสุด

ฟอร์ดเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ปี 2539 โดยมีความมุ่งมั่นที่จะมอบความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า ทั้งในด้านตัวรถและบริการหลังการขาย ในปีเดียวกันจึงจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมช่างที่ถนนบางนา-ตราด กม.18 จากนั้นจึงย้ายมาอยู่ที่ถนนสรรพาวุธ 4 แยกบางนาในเดือนตุลาคม ปี 2544

การจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมช่างของฟอร์ด มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาฝีมือ และให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ช่างในระดับต่างๆ เพื่อมอบบริการหลังการขายที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าฟอร์ด รวมทั้งเป็นศูนย์ให้คำปรึกษาด่วนทางโทรศัพท์แบบ TECHNICAL HOTLINE เพื่อให้ช่างติดต่อปรึกษาเมื่อเกิดปัญหาติดขัดในการซ่อมรถลูกค้า

ปัจจุบันฟอร์ดประเทศไทย มีช่างรวมทุกระดับประมาณ 900 คน กระจายอยู่ตามศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศแบ่งเป็น 4 ระดับคือ

    TECHNICIAN

    ADVANCED TECHNICIAN

    SENIOR TECHNICIAN

    MASTER TECHNICIAN

ผู้ที่จะสมัครเป็นช่างของฟอร์ดได้ ต้องเรียนจบขั้นต่ำระดับ ป.ว.ช.ช่างยนต์ และต้องผ่านการทดสอบ “วัดความรู้ทั่วไปในการรับสมัครช่าง” ซึ่งเป็นการสอบความรู้พื้นฐานเรื่องรถ และความถนัดในด้านช่าง

เมื่อสอบผ่านแล้วจะได้เป็นช่างเทคนิค จากนั้นถ้าจะเลื่อนขั้นเป็นช่างระดับที่สูงขึ้นจะต้องผ่านการเรียน โดยมีทั้งการเรียนด้วยตัวเอง และเรียนกับอาจารย์ที่ศูนย์ฝึกอบรม รวมถึงการเรียนรู้ผ่านระบบ VDO Conference ซึ่งเรียกว่า Ford Connect

คุณสมบัติของช่าง 4 ระดับ

คุณสมบัติของช่าง 4 ระดับ

Technician

  • การศึกษาขั้นต่ำ ป.ว.ช.ช่างยนต์
  • การศึกษาขั้นต่ำ ป.ว.ช.ช่างยนต์

Advanced Technician

  • การศึกษาขั้นต่ำ ป.ว.ช.ช่างยนต์
  • ผ่านการอบรมและทดสอบวิชาพื้นฐาน 1 วิชา และ E-learning 10 วิชา
  • ผ่านการอบรม 6 วิชาที่เกี่ยวกับระบบไฟฟ้า เครื่องมือวิเคราะห์ปัญหารถ ระบบเบรก บังคับเลี้ยว เครื่องยนต์ และระบบแอร์ เป็นจำนวนทั้งหมด 13 วัน
  • การศึกษาขั้นต่ำ ป.ว.ช.ช่างยนต์
  • ผ่านการอบรมและทดสอบวิชาพื้นฐาน 1 วิชา และ E-learning 10 วิชา
  • ผ่านการอบรม 6 วิชาที่เกี่ยวกับระบบไฟฟ้า เครื่องมือวิเคราะห์ปัญหารถ ระบบเบรก บังคับเลี้ยว เครื่องยนต์ และระบบแอร์ เป็นจำนวนทั้งหมด 13 วัน

Senior Technician

  • ผ่านหลักสูตรที่เกี่ยวกับระบบไฟฟ้ารถยนต์ ระบบเครือข่ายการสื่อสารในรถยนต์ การวิเคราะห์ปัญหารถ การวิเคราะห์ปัญหาเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล การโอเวอร์ฮอลล์เครื่องยนต์ เกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ การวิเคราะห์ปัญหาระบบปรับอากาศ รวมทั้งสิ้น 10 วิชาเป็นจำนวนรวม 22 วัน
  • ผ่านหลักสูตรที่เกี่ยวกับระบบไฟฟ้ารถยนต์ ระบบเครือข่ายการสื่อสารในรถยนต์ การวิเคราะห์ปัญหารถ การวิเคราะห์ปัญหาเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล การโอเวอร์ฮอลล์เครื่องยนต์ เกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ การวิเคราะห์ปัญหาระบบปรับอากาศ รวมทั้งสิ้น 10 วิชาเป็นจำนวนรวม 22 วัน

Master Technician

  • ผ่านหลักสูตรที่เกี่ยวกับการวิเคราห์ปัญหารถยนต์ ระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ระบบเกียร์ PowerShift ระบบการจัดการเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล การวิเคราะห์ปัญหาเกี่ยวกับเสียงและการสั่นสะเทือนของรถยนต์ รวมถึงเทคนิคการเป็นครูฝึกเพื่อถ่ายทอดความรู้ให้แก่ช่างในระดับอื่นๆในศูนย์บริการ รวมทั้งสิน 7 วิชาเป็นจำนวนรวม 18 วัน
  • นอกจากนั้นยังต้องมีการเข้าเรียนผ่านระบบ VDO Conference ที่เรียกว่า Ford Connect เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหารถให้แก่ลูกค้า 2 หลักสูตร / เดือน อย่างเป็นประจำ
  • ผ่านหลักสูตรที่เกี่ยวกับการวิเคราห์ปัญหารถยนต์ ระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ระบบเกียร์ PowerShift ระบบการจัดการเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล การวิเคราะห์ปัญหาเกี่ยวกับเสียงและการสั่นสะเทือนของรถยนต์ รวมถึงเทคนิคการเป็นครูฝึกเพื่อถ่ายทอดความรู้ให้แก่ช่างในระดับอื่นๆในศูนย์บริการ รวมทั้งสิน 7 วิชาเป็นจำนวนรวม 18 วัน
  • นอกจากนั้นยังต้องมีการเข้าเรียนผ่านระบบ VDO Conference ที่เรียกว่า Ford Connect เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหารถให้แก่ลูกค้า 2 หลักสูตร / เดือน อย่างเป็นประจำ

ปัจจุบันฟอร์ดประเทศไทยมี ASSISTANT TECHNICIAN ประมาณ 100 คน TECHNICIAN ประมาณ 200 คน SENIOR TECHNICIAN ประมาณ 60 คน (แต่ละศูนย์บริการมีอย่างน้อย 1 คน) และช่างที่กำลังจะจบเป็น MASTER TECHNICIAN ในปีนี้อีก 57 คน (แต่ละศูนย์บริการมีอย่างน้อย 1 คน)

ฟอร์ดทั่วโลกมีเป้าหมายเดียวกันว่า แต่ละศูนย์บริการจะต้องมีช่างเทคนิคระดับ MASTER TECHNICIAN 10 เปอร์เซ็นต์, SENIOR TECHNICIAN 40 เปอร์เซ็นต์, TECHNICIAN 40 เปอร์เซ็นต์, ASSISTANT TECHNICIAN 10 เปอร์เซ็นต์

จากการจัดฝึกอบรมและทดสอบช่างอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปีนี้ฟอร์ดประเทศไทยจะบรรลุเป้าหมาย MASTER TECHNICIAN 10 เปอร์เซ็นต์ ในแต่ละศูนย์บริการ

ฟอร์ดสร้างความภาคภูมิใจในตำแหน่งหน้าที่ให้ช่างในระดับต่างๆ ด้วยหลากหลายวิธี เช่นการมอบประกาศนียบัตร, โล่ประกาศเกียรติคุณ, ป้ายติดเสื้อสำหรับช่างในระดับต่างๆ และนามบัตร เพื่อให้ช่างมีความมุ่งมั่นในการทำงานและพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ซึ่งจะส่งผลให้ลูกค้าฟอร์ดทุกคนได้รับบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐาน

ในการฝึกอบรมช่าง อาจารย์ทุกคนต้องสอนตามคู่มือของฟอร์ด เพื่อให้ช่างมีความรู้ความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน โดยจะเน้นเรื่องที่เกี่ยวกับรถฟอร์ดและมีประโยชน์ในการซ่อมรถฟอร์ดโดยเฉพาะ

ทุกหลักสูตรมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน มีใบงาน มีข้อสอบ มีการกำหนดว่าต้องใช้ตำราเล่มใดบ้าง ทุกวิชาเน้นการลงมือปฏิบัติจริงเป็นหลัก เพื่อให้ช่างไม่ตื่นเต้นเมื่อปฏิบัติการซ่อมจริง ด้านหลังของทุกห้องเรียนมีพื้นที่สำหรับภาคปฎิบัติ และมีอาจารย์เพื่อดูแลอย่างทั่วถึง

นอกจากการฝึกอบรมช่างของฟอร์ดในประเทศไทยแล้ว ศูนย์ฝึกอบรมแห่งนี้ยังถูกใช้ฝึกอบรมครูฝึกของฟอร์ดในเขตเอเชียแปซิฟิก ประกอบด้วยอินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, แอฟริกาใต้, จีน,ใต้หวัน, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ อย่างเป็นประจำ

ฟอร์ดลงทุนกับอุปกรณ์การเรียน การสอนหลายล้านบาท เพื่อให้ช่างมีประสบการณ์ล่วงหน้าก่อนการซ่อมจริง เช่น ระบบไฟฟ้า ก็สั่งอุปกรณ์การสอนมาจากสหรัฐอเมริกา

สามารถใช้สอนได้ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงขั้นสูง ระบบเกียร์อัตโนมัติที่มีความซับซ้อน ยากต่อการทำความเข้าใจ ฟอร์ดก็มีแบบจำลองส่วนประกอบและการทำงานที่ดูแล้วเข้าใจง่าย อุปกรณ์จำลองการทำงานหรือ SIMULATOR ระบบต่างๆ

เช่น ระบบการทำงานของเครื่องยนต์ หัวเทียนมีการจุดระเบิดจริง น้ำมันเชื้อเพลิงจ่ายจริง เมื่อเร่งเครื่องก็จะเห็นอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่เปลี่ยนไป และที่สำคัญคือสามารถสับสวิตซ์ให้ระบบต่างๆ เกิดความผิดพลาด ใช้สำหรับฝึกช่างให้วิเคราะห์หาสาเหตุ และแก้ปัญหาให้ตรงจุดภายในเวลาที่กำหนด

บางอุปกรณ์ก็ดัดแปลงจากชิ้นส่วนจริง เช่นเครื่องยนต์จริงที่ใช้งานได้สำหรับฝึกวิเคราะห์ปัญหาเสียงดัง ที่เกิดจากชิ้นส่วนหรือระบบต่างๆ เช่นคลายหัวฉีดให้หลวมและเกิดเสียงดัง แล้วให้ช่างหาสาเหตุ

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อฝึกและสร้างนิสัยให้ช่างฟอร์ดรู้จักการวิเคราะห์ปัญหา ไม่ใช้การเดาหรือทดลองเปลี่ยนอะไหล่ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการซ่อมไม่ตรงจุด ลดเวลา และค่าใช้จ่ายในการซ่อม

ปัจจุบันฟอร์ดประเทศไทยมี ASSISTANT TECHNICIAN ประมาณ 100 คน TECHNICIAN ประมาณ 200 คน SENIOR TECHNICIAN ประมาณ 60 คน (แต่ละศูนย์บริการมีอย่างน้อย 1 คน) และช่างที่กำลังจะจบเป็น MASTER TECHNICIAN ในปีนี้อีก 57 คน (แต่ละศูนย์บริการมีอย่างน้อย 1 คน)

ฟอร์ดทั่วโลกมีเป้าหมายเดียวกันว่า แต่ละศูนย์บริการจะต้องมีช่างเทคนิคระดับ MASTER TECHNICIAN 10 เปอร์เซ็นต์, SENIOR TECHNICIAN 40 เปอร์เซ็นต์, TECHNICIAN 40 เปอร์เซ็นต์, ASSISTANT TECHNICIAN 10 เปอร์เซ็นต์

จากการจัดฝึกอบรมและทดสอบช่างอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปีนี้ฟอร์ดประเทศไทยจะบรรลุเป้าหมาย MASTER TECHNICIAN 10 เปอร์เซ็นต์ ในแต่ละศูนย์บริการ

ฟอร์ดสร้างความภาคภูมิใจในตำแหน่งหน้าที่ให้ช่างในระดับต่างๆ ด้วยหลากหลายวิธี เช่นการมอบประกาศนียบัตร, โล่ประกาศเกียรติคุณ, ป้ายติดเสื้อสำหรับช่างในระดับต่างๆ และนามบัตร เพื่อให้ช่างมีความมุ่งมั่นในการทำงานและพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ซึ่งจะส่งผลให้ลูกค้าฟอร์ดทุกคนได้รับบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐาน

ในการฝึกอบรมช่าง อาจารย์ทุกคนต้องสอนตามคู่มือของฟอร์ด เพื่อให้ช่างมีความรู้ความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน โดยจะเน้นเรื่องที่เกี่ยวกับรถฟอร์ดและมีประโยชน์ในการซ่อมรถฟอร์ดโดยเฉพาะ

ทุกหลักสูตรมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน มีใบงาน มีข้อสอบ มีการกำหนดว่าต้องใช้ตำราเล่มใดบ้าง ทุกวิชาเน้นการลงมือปฏิบัติจริงเป็นหลัก เพื่อให้ช่างไม่ตื่นเต้นเมื่อปฏิบัติการซ่อมจริง ด้านหลังของทุกห้องเรียนมีพื้นที่สำหรับภาคปฎิบัติ และมีอาจารย์เพื่อดูแลอย่างทั่วถึง

นอกจากการฝึกอบรมช่างของฟอร์ดในประเทศไทยแล้ว ศูนย์ฝึกอบรมแห่งนี้ยังถูกใช้ฝึกอบรมครูฝึกของฟอร์ดในเขตเอเชียแปซิฟิก ประกอบด้วยอินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, แอฟริกาใต้, จีน,ใต้หวัน, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ อย่างเป็นประจำ

ฟอร์ดลงทุนกับอุปกรณ์การเรียน การสอนหลายล้านบาท เพื่อให้ช่างมีประสบการณ์ล่วงหน้าก่อนการซ่อมจริง เช่น ระบบไฟฟ้า ก็สั่งอุปกรณ์การสอนมาจากสหรัฐอเมริกา

สามารถใช้สอนได้ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงขั้นสูง ระบบเกียร์อัตโนมัติที่มีความซับซ้อน ยากต่อการทำความเข้าใจ ฟอร์ดก็มีแบบจำลองส่วนประกอบและการทำงานที่ดูแล้วเข้าใจง่าย อุปกรณ์จำลองการทำงานหรือ SIMULATOR ระบบต่างๆ

เช่น ระบบการทำงานของเครื่องยนต์ หัวเทียนมีการจุดระเบิดจริง น้ำมันเชื้อเพลิงจ่ายจริง เมื่อเร่งเครื่องก็จะเห็นอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่เปลี่ยนไป และที่สำคัญคือสามารถสับสวิตซ์ให้ระบบต่างๆ เกิดความผิดพลาด ใช้สำหรับฝึกช่างให้วิเคราะห์หาสาเหตุ และแก้ปัญหาให้ตรงจุดภายในเวลาที่กำหนด

บางอุปกรณ์ก็ดัดแปลงจากชิ้นส่วนจริง เช่นเครื่องยนต์จริงที่ใช้งานได้สำหรับฝึกวิเคราะห์ปัญหาเสียงดัง ที่เกิดจากชิ้นส่วนหรือระบบต่างๆ เช่นคลายหัวฉีดให้หลวมและเกิดเสียงดัง แล้วให้ช่างหาสาเหตุ

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อฝึกและสร้างนิสัยให้ช่างฟอร์ดรู้จักการวิเคราะห์ปัญหา ไม่ใช้การเดาหรือทดลองเปลี่ยนอะไหล่ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการซ่อมไม่ตรงจุด ลดเวลา และค่าใช้จ่ายในการซ่อม

ที่ตั้งผู้จำหน่ายฟอร์ด

ที่ตั้งผู้จำหน่ายฟอร์ด

ที่ตั้งผู้จำหน่ายฟอร์ด

 

ที่ตั้งผู้จำหน่ายฟอร์ด

ที่ตั้งผู้จำหน่ายฟอร์ด

 

บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง

บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง

1800-222-000 (โทรฟรี)

1401-222-000 (โทรจากมือถือกด)

บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง

1800-222-000 (โทรฟรี)

1401-222-000 (โทรจากมือถือกด)