อากาศร้อนๆ ฟอร์ดเลยอยากแจก

Motorcraft Adblue Diesel Exhaust Fluid

น้ำยาบำบัดไอเสียดีเซล

Motorcraft Adblue Diesel Exhaust Fluid

น้ำยาบำบัดไอเสียดีเซล

adblue diesel exhaust fluid

  • Adblue Diesel Exhaust Fluid คืออะไร

    Adblue Diesel Exhaust Fluid คืออะไร

    AdBlue หรือน้ำยาบำบัดไอเสียดีเซล (DEF) เป็นสารละลายยูเรียในน้ำที่ปราศจากไอออน ช่วยบำบัดไอเสียดีเซล โดยอาศัยระบบลดการเร่งปฏิกิริยา หรือ SCR (Selective Catalytic Reduction System) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของระบบไอเสียที่ลดการปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจก ผ่านการพ่นสาร AdBlue ให้เป็นละอองขนาดเล็ก และเปลี่ยนก๊าซ NOx ให้กลายเป็นไนโตรเจน (N2) และน้ำ (H2O) เป็นการลดการปล่อยมลพิษและก๊าซเรือนกระจกออกสู่ชั้ผสมกับไอเสีย นบรรยากาศ โดยสาร AdBlue ไม่ใช่สารที่ติดไฟได้ ไม่มีพิษ ไม่มีสี และละลายในนํ้าได้

    AdBlue หรือน้ำยาบำบัดไอเสียดีเซล (DEF) เป็นสารละลายยูเรียในน้ำที่ปราศจากไอออน ช่วยบำบัดไอเสียดีเซล โดยอาศัยระบบลดการเร่งปฏิกิริยา หรือ SCR (Selective Catalytic Reduction System) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของระบบไอเสียที่ลดการปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจก ผ่านการพ่นสาร AdBlue ให้เป็นละอองขนาดเล็ก และเปลี่ยนก๊าซ NOx ให้กลายเป็นไนโตรเจน (N2) และน้ำ (H2O) เป็นการลดการปล่อยมลพิษและก๊าซเรือนกระจกออกสู่ชั้ผสมกับไอเสีย นบรรยากาศ โดยสาร AdBlue ไม่ใช่สารที่ติดไฟได้ ไม่มีพิษ ไม่มีสี และละลายในนํ้าได้

  • ทำไมรถฟอร์ดต้องเติม AdBlue และมีรถฟอร์ดรุ่นใดบ้างที่ต้องเติม AdBlue

    ทำไมรถฟอร์ดต้องเติม AdBlue และมีรถฟอร์ดรุ่นใดบ้างที่ต้องเติม AdBlue

    รถยนต์ฟอร์ดบางรุ่น (ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ 2.0 ลิตร ดีเซล, ฟอร์ด เอเวอเรสต์ 2.0 ลิตร และฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม 3.0 ลิตร ดีเซล V6) ต้องเติมน้ำยาบำบัดไอเสียดีเซล (DEF) หรือ AdBlue เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน Euro 5 ตามข้อบังคับของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. โดยพิจารณาจากประเภทของรถยนต์และน้ำหนัก และทำให้รถยังคงมีพละกำลังและสมรรถนะในการขับขี่ขั้นสูง ในขณะที่ปล่อยไอเสียออกสู่สิ่งแวดล้อมในปริมาณที่น้อยลง

    รถยนต์ฟอร์ดบางรุ่น (ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ 2.0 ลิตร ดีเซล, ฟอร์ด เอเวอเรสต์ 2.0 ลิตร และฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม 3.0 ลิตร ดีเซล V6) ต้องเติมน้ำยาบำบัดไอเสียดีเซล (DEF) หรือ AdBlue เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน Euro 5 ตามข้อบังคับของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. โดยพิจารณาจากประเภทของรถยนต์และน้ำหนัก และทำให้รถยังคงมีพละกำลังและสมรรถนะในการขับขี่ขั้นสูง ในขณะที่ปล่อยไอเสียออกสู่สิ่งแวดล้อมในปริมาณที่น้อยลง

  • มาตรฐาน Euro 5 คืออะไร

    มาตรฐาน Euro 5 คืออะไร

    มาตรฐานการปล่อยไอเสียยูโร (European Emission Standards – Euro) เป็นมาตรฐานการควบคุมมลพิษจากสหภาพในยุโรปที่ได้มีการวางมาตรการในการควบคุมมลพิษตั้งแต่ปี ค.ศ.1992 ที่นับเป็น มาตรฐานยูโร 1 (EURO 1) เป็นต้นมา ควบคุมยานพาหนะที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงให้มีการเผาไหม้ไม่ให้เกินค่ามาตรฐานที่กำหนด ทำให้ผู้ผลิตทั่วโลกต้องพัฒนาเครื่องยนต์ให้ปล่อยมลพิษออกมาน้อยที่สุด โดยข้อกำหนดในการวัด คาร์บอนมอนนอกไซด์ (CO) สารไฮโดรคาร์บอน (HC) สารไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) และสารมลพิษอนุภาคและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM) สำหรับประเทศไทย ปีนี้มาตรฐานการปล่อยไอเสียยูโร 5 หรือ EURO 5 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 โดยมาตรฐานที่สูงขึ้น จะส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและการช่วยลดการปล่อยมลพิษในอากาศ ซึ่งมาตรฐานยูโร 5 ได้เพิ่มความเข้มงวดของการปล่อยฝุ่นละอองจากเครื่องยนต์ดีเซลเป็นอย่างมาก โดยรถยนต์ดีเซลทุกคันต้องติดตั้งตัวกรองฝุ่นละออง ส่วนข้อจำกัด NOx ก็เข้มงวดมากขึ้นเช่นกัน

    มาตรฐานการปล่อยไอเสียยูโร (European Emission Standards – Euro) เป็นมาตรฐานการควบคุมมลพิษจากสหภาพในยุโรปที่ได้มีการวางมาตรการในการควบคุมมลพิษตั้งแต่ปี ค.ศ.1992 ที่นับเป็น มาตรฐานยูโร 1 (EURO 1) เป็นต้นมา ควบคุมยานพาหนะที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงให้มีการเผาไหม้ไม่ให้เกินค่ามาตรฐานที่กำหนด ทำให้ผู้ผลิตทั่วโลกต้องพัฒนาเครื่องยนต์ให้ปล่อยมลพิษออกมาน้อยที่สุด โดยข้อกำหนดในการวัด คาร์บอนมอนนอกไซด์ (CO) สารไฮโดรคาร์บอน (HC) สารไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) และสารมลพิษอนุภาคและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM) สำหรับประเทศไทย ปีนี้มาตรฐานการปล่อยไอเสียยูโร 5 หรือ EURO 5 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 โดยมาตรฐานที่สูงขึ้น จะส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและการช่วยลดการปล่อยมลพิษในอากาศ ซึ่งมาตรฐานยูโร 5 ได้เพิ่มความเข้มงวดของการปล่อยฝุ่นละอองจากเครื่องยนต์ดีเซลเป็นอย่างมาก โดยรถยนต์ดีเซลทุกคันต้องติดตั้งตัวกรองฝุ่นละออง ส่วนข้อจำกัด NOx ก็เข้มงวดมากขึ้นเช่นกัน

  • ค่าใช้จ่าย cost of ownership ในการดูแลรักษารถที่ต้องเติม AdBlue จะแพงขึ้นกว่าเดิมหรือไม่

    ค่าใช้จ่าย cost of ownership ในการดูแลรักษารถที่ต้องเติม AdBlue จะแพงขึ้นกว่าเดิมหรือไม่

    ลูกค้าที่ใช้งานรถยนต์ฟอร์ดที่ต้องเติมน้ำยาบำบัดไอเสียดีเซล (DEF) หรือ AdBlue จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการเติม AdBlue โดยการสิ้นเปลืองสาร AdBlue จะขึ้นอยู่กับลักษณะพฤติกรรมการขับขี่ น้ำยาบำบัดไอเสียดีเซล (DEF) หรือ AdBlue ของฟอร์ดมีจำหน่ายภายใต้แบรนด์ Motorcraft ที่ศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ ในรูปแบบบรรจุแกลลอน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 9.45 ลิตร จำหน่ายในราคาแกลลอนละ 800 บาท (ลิตรละ 85 บาท) และ ขนาด 3.78 ลิตร จำหน่ายในราคาแกลลอนละ 340 บาท (ลิตรละ 90 บาท) สำหรับรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ มีถังบรรจุสาร AdBlue จะมีขนาด 18 ลิตร

    ลูกค้าที่ใช้งานรถยนต์ฟอร์ดที่ต้องเติมน้ำยาบำบัดไอเสียดีเซล (DEF) หรือ AdBlue จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการเติม AdBlue โดยการสิ้นเปลืองสาร AdBlue จะขึ้นอยู่กับลักษณะพฤติกรรมการขับขี่ น้ำยาบำบัดไอเสียดีเซล (DEF) หรือ AdBlue ของฟอร์ดมีจำหน่ายภายใต้แบรนด์ Motorcraft ที่ศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ ในรูปแบบบรรจุแกลลอน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 9.45 ลิตร จำหน่ายในราคาแกลลอนละ 800 บาท (ลิตรละ 85 บาท) และ ขนาด 3.78 ลิตร จำหน่ายในราคาแกลลอนละ 340 บาท (ลิตรละ 90 บาท) สำหรับรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ มีถังบรรจุสาร AdBlue จะมีขนาด 18 ลิตร

  • การใช้ AdBlue ส่งผลต่อสมรรถนะเครื่องยนต์หรือไม่

    การใช้ AdBlue ส่งผลต่อสมรรถนะเครื่องยนต์หรือไม่

    การเติมน้ำยาบำบัดไอเสียดีเซล (DEF) หรือ AdBlue ในรถฟอร์ด บางรุ่น จะทำให้รถยังคงมีพละกำลังและสมรรถนะในการขับขี่ขั้นสูง ในขณะที่ปล่อยไอเสียออกสู่สิ่งแวดล้อมในปริมาณที่น้อยลง

    การเติมน้ำยาบำบัดไอเสียดีเซล (DEF) หรือ AdBlue ในรถฟอร์ด บางรุ่น จะทำให้รถยังคงมีพละกำลังและสมรรถนะในการขับขี่ขั้นสูง ในขณะที่ปล่อยไอเสียออกสู่สิ่งแวดล้อมในปริมาณที่น้อยลง

  • Motorcraft Adblue Diesel Exhaust Fluid ผลิตภัณฑ์น้ำยาบำบัดไอเสียมอเตอร์คราฟท์

    Motorcraft Adblue Diesel Exhaust Fluid ผลิตภัณฑ์น้ำยาบำบัดไอเสียมอเตอร์คราฟท์

    adblue exhaust fuel v1
    adblue exhaust fuel v2
    adblue refill pipe
  • ลูกค้าสามารถเติม AdBlue ด้วยตัวเองหรือไม่ และมีข้อควรระวังอย่างไร

    ลูกค้าสามารถเติม AdBlue ด้วยตัวเองหรือไม่ และมีข้อควรระวังอย่างไร

    ลูกค้าสามารถเติม AdBlue ได้ด้วยตัวเอง โดยมีวิธีและข้อควรระวังต่อไปนี้

    การเติมสาร AdBlue โดยใช้ถังบรรจุแบบพกพา

    1. เปิดฝาบรรจุภัณฑ์ออก
    2. วางหัวจ่ายไว้บนบรรจุภัณฑ์แล้วหมุนจนกระทั่งรู้สึกแน่นดี
    3. เปิดฝาช่องเติมนํ้ายา AdBlue
    4. สอดหัวจ่ายเข้าไปในท่อเติมนํ้ายา AdBlue จนกว่าซีลตรงหัวจ่ายจะประกบเข้าพอดี
    5. เทนํ้ายาลงในถัง โดย นํ้ายาจะหยุดไหลเมื่อนํ้ายาเต็มถัง
    6. จับบรรจุภัณฑ์ให้อยู่ในตําแหน่งตั้งตรงโดยให้อยู่ตํ่ากว่าท่อเติมนํ้ายา AdBlue เล็กน้อย
    7. ปล่อยนํ้ายาที่ยังเหลืออยู่ในหัวจ่ายไหลกลับไปที่บรรจุภัณฑ์
    8. ถอดหัวจ่ายออกจากท่อเติมนํ้ายา AdBlue
    9. ถอดหัวจ่ายออกจากบรรจุภัณฑ์ AdBlue และปิดฝา
    10. ใส่ฝาปิดช่องเติมนํ้ายา AdBlue กลับคืน หมุนฝาปิดตามเข็มนาฬิกาจนกระทั่งรู้สึกแน่นดีและคลิกลงล็อก

    ข้อควรระวัง

    • อย่าสตาร์ทเครื่องยนต์หากเติมของเหลวผิดประเภทเข้าไปในถัง AdBlue การใช้ของเหลวผิดประเภทอาจสร้างความเสียหายซึ่งไม่ครอบคลุมในการรับประกันรถยนต์ และนํารถยนต์เข้าตรวจสอบโดยเร็วที่สุด
    • ใช้เฉพาะ AdBlue ที่ได้รับการรับรอง ISO22241 เท่านั้น
    • อย่าเติมนํ้ามันเชื้อเพลิงหรือสารเติมแต่งใดๆ ลงในถัง AdBlue เนื่องจากจะทําให้เกิดความเสียหายซึ่งไม่ครอบคลุมในการรับประกันรถยนต์
    • อย่าเติม AdBlue จนล้นถัง
    • อย่าเจือจางด้วยนํ้าหรือของเหลวอื่นๆ
    • อย่านําบรรจุภัณฑ์นํ้ายาที่ใช้หมดแล้วกลับมาใช้ใหม่
    • อย่าจัดเก็บโดนแสงแดดโดยตรง และควรจัดเก็บ AdBlue ที่อุณหภูมิระหว่าง -5°C และ 20°C
    • อย่าจัดเก็บบรรจุภัณฑ์นํ้ายาไว้ภายในรถยนต์
    • อย่าลืมล้าง AdBlue ที่หกเปื้อนพื้นผิวที่ทําสีทันทีเพราะอาจทําให้พื้นผิวที่ทําสีเสียหายได้
    • อย่าให้นํ้ายา AdBlue สัมผัสกับดวงตา ผิว หรือเสื้อผ้า หากนํ้ายาสัมผัสกับดวงตา ให้ล้างดวยนํ้าปริมาณมาก และไปพบแพทย์
    • ทําความสะอาดผิวหนังที่สัมผัสนํ้ายาด้วยสบู่และนํ้า หากกลืนลงไป ให้ดื่มนํ้าปริมาณมากและไปพบแพทย์ทันที
    • เติมถังนํ้ายา AdBlue ในบริเวณที่อากาศถ่ายเทได้ดี
    • เมื่อเปิดฝาถังหรือฝาบรรจุภัณฑ์อาจมีไอระเหยแอมโมเนียรั่วซึมออกมา ไอระเหยแอมโมเนียเป็นสารที่ทําให้เกิดการระคายเคืองตอดวงตา ผิวหนัง และเยื่อบุผิวในช่องจมูกและปาก
    • การสูดดมไอระเหยแอมโมเนีย อาจทําให้รูสึกปวดแสบปวดร้อนในตา ลําคอ และจมูก ส่งผลให้นํ้าตาไหลหรือไออย่างรุนแรง

     

     

     

    ลูกค้าสามารถเติม AdBlue ได้ด้วยตัวเอง โดยมีวิธีและข้อควรระวังต่อไปนี้

    การเติมสาร AdBlue โดยใช้ถังบรรจุแบบพกพา

    1. เปิดฝาบรรจุภัณฑ์ออก
    2. วางหัวจ่ายไว้บนบรรจุภัณฑ์แล้วหมุนจนกระทั่งรู้สึกแน่นดี
    3. เปิดฝาช่องเติมนํ้ายา AdBlue
    4. สอดหัวจ่ายเข้าไปในท่อเติมนํ้ายา AdBlue จนกว่าซีลตรงหัวจ่ายจะประกบเข้าพอดี
    5. เทนํ้ายาลงในถัง โดย นํ้ายาจะหยุดไหลเมื่อนํ้ายาเต็มถัง
    6. จับบรรจุภัณฑ์ให้อยู่ในตําแหน่งตั้งตรงโดยให้อยู่ตํ่ากว่าท่อเติมนํ้ายา AdBlue เล็กน้อย
    7. ปล่อยนํ้ายาที่ยังเหลืออยู่ในหัวจ่ายไหลกลับไปที่บรรจุภัณฑ์
    8. ถอดหัวจ่ายออกจากท่อเติมนํ้ายา AdBlue
    9. ถอดหัวจ่ายออกจากบรรจุภัณฑ์ AdBlue และปิดฝา
    10. ใส่ฝาปิดช่องเติมนํ้ายา AdBlue กลับคืน หมุนฝาปิดตามเข็มนาฬิกาจนกระทั่งรู้สึกแน่นดีและคลิกลงล็อก

    ข้อควรระวัง

    • อย่าสตาร์ทเครื่องยนต์หากเติมของเหลวผิดประเภทเข้าไปในถัง AdBlue การใช้ของเหลวผิดประเภทอาจสร้างความเสียหายซึ่งไม่ครอบคลุมในการรับประกันรถยนต์ และนํารถยนต์เข้าตรวจสอบโดยเร็วที่สุด
    • ใช้เฉพาะ AdBlue ที่ได้รับการรับรอง ISO22241 เท่านั้น
    • อย่าเติมนํ้ามันเชื้อเพลิงหรือสารเติมแต่งใดๆ ลงในถัง AdBlue เนื่องจากจะทําให้เกิดความเสียหายซึ่งไม่ครอบคลุมในการรับประกันรถยนต์
    • อย่าเติม AdBlue จนล้นถัง
    • อย่าเจือจางด้วยนํ้าหรือของเหลวอื่นๆ
    • อย่านําบรรจุภัณฑ์นํ้ายาที่ใช้หมดแล้วกลับมาใช้ใหม่
    • อย่าจัดเก็บโดนแสงแดดโดยตรง และควรจัดเก็บ AdBlue ที่อุณหภูมิระหว่าง -5°C และ 20°C
    • อย่าจัดเก็บบรรจุภัณฑ์นํ้ายาไว้ภายในรถยนต์
    • อย่าลืมล้าง AdBlue ที่หกเปื้อนพื้นผิวที่ทําสีทันทีเพราะอาจทําให้พื้นผิวที่ทําสีเสียหายได้
    • อย่าให้นํ้ายา AdBlue สัมผัสกับดวงตา ผิว หรือเสื้อผ้า หากนํ้ายาสัมผัสกับดวงตา ให้ล้างดวยนํ้าปริมาณมาก และไปพบแพทย์
    • ทําความสะอาดผิวหนังที่สัมผัสนํ้ายาด้วยสบู่และนํ้า หากกลืนลงไป ให้ดื่มนํ้าปริมาณมากและไปพบแพทย์ทันที
    • เติมถังนํ้ายา AdBlue ในบริเวณที่อากาศถ่ายเทได้ดี
    • เมื่อเปิดฝาถังหรือฝาบรรจุภัณฑ์อาจมีไอระเหยแอมโมเนียรั่วซึมออกมา ไอระเหยแอมโมเนียเป็นสารที่ทําให้เกิดการระคายเคืองตอดวงตา ผิวหนัง และเยื่อบุผิวในช่องจมูกและปาก
    • การสูดดมไอระเหยแอมโมเนีย อาจทําให้รูสึกปวดแสบปวดร้อนในตา ลําคอ และจมูก ส่งผลให้นํ้าตาไหลหรือไออย่างรุนแรง

     

     

     

Top